ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสำนักงานศาลยุติธรรม
พ.ศ.
2555
โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540 มาตรา 9
บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู
ประกอบกับประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู
ข้อ 4 กำหนดว่า
หน่วยงานของรัฐจะกำหนดระเบียบปฏิบัติในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือความปลอดภัยก็ได้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
17 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543
คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ. 2555”
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า
ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงานศาลยุติธรรม
ซึ่งมิใช่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี
“หน่วยงาน”
หมายความว่า หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม
“คณะกรรมการ”
หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานศาลยุติธรรม
“เลขาธิการ”
หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
“ผู้อำนวยการ”
หมายความว่า ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาล ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาล
และผู้อำนวยการสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค
หรือตำแหน่งอื่นใดซึ่งปฏิบัติงานที่มีลักษณะงานเช่นเดียวกันด้วย
“เจ้าหน้าที่”
หมายความว่า เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
ข้อ 4 ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้
หมวด
1
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานศาลยุติธรรม
ข้อ 5
ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานศาลยุติธรรมคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
(1) เลขาธิการหรือผู้แทน
เป็นประธานกรรมการ
(2)
ข้าราชการศาลยุติธรรมที่ได้รับแต่งตั้งจากเลขาธิการ จำนวนไม่เกิน 8 คน เป็นกรรมการ
(3)
ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม เป็นกรรมการ
(4)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางและสวัสดิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ
และข้าราชการศาลยุติธรรมซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนไม่เกิน 2
คน
กรรมการตาม (2)
มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ในกรณีกรรมการตาม (2)
พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
กรณีแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของกรรมการเดิม
ข้อ 6 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 5 วรรคสอง
กรรมการตามข้อ 5 (2) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) พ้นจากตำแหน่งข้าราชการศาลยุติธรรม
ข้อ 7 ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1)
กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ การขอ การอนุญาต
และการบริการข้อมูลข่าวสาร
(2)
พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของทางราชการ
(3)
พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ในหน่วยงาน
หรือส่งไปยังสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกำหนดไว้
(4) แต่งตั้งคณะทำงาน
เพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(5)
ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามระเบียบนี้
(6) เชิญหน่วยงานอื่น
หรือบุคคลใดมาสอบถาม
หรือขอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารหรือการดำเนินการตามระเบียบนี้
(7)
ออกประกาศหรือดำเนินงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ 8
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม
ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณามีสิทธิเข้าร่วมประชุม
แต่ห้ามมิให้ลงมติในเรื่องนั้น
ข้อ 9
มติและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการมีผลผูกพันหน่วยงาน
หมวด
2
การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร
ข้อ 10 ให้หน่วยงานจัดให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1)
จัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
(2)
จัดให้มีวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นภายในศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
(3)
จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
(4)
จัดให้มีบัญชีแสดงรายการข้อมูลข่าวสารหรือดรรชนีข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา 9
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
หรือประกาศของคณะกรรมการที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง
ให้หน่วยงานรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา
9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ไว้เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ ที่ทำการของหน่วยงานตามที่เห็นสมควร
หมวด
3
การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต
ข้อ 11 ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจดูหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร
ให้ยื่นคำขอตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารตามประกาศของคณะกรรมการและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานหรือไม่
และให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1)
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงาน
ให้เสนอเรื่องต่อบุคคลตาม ข้อ 11 เพื่อพิจารณา
(2)
ในกรณีที่หน่วยงานผู้รับคำขอไม่ได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร
ให้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร
เมื่อดำเนินการแล้วให้จัดส่งให้ผู้ยื่นคำขอตาม ข้อ 12
(3)
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น
ให้เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำผู้ยื่นคำขอ
เพื่อไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้น
ข้อ 12
ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสารสำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงาน
เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของทางราชการ
ข้อ 13 ในกรณีที่ผู้อำนวยการมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ
ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น ณ
หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารที่ผู้นั้นยื่นคำขอ
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้รับคำขอ
ให้หน่วยงานนั้นจัดส่งข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาข้อมูลข่าวสารให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น
ข้อ 14 ในกรณีที่ผู้มีอำนาจเห็นควรไม่อนุญาต
ให้หารือไปยังคณะกรรมการก่อนมีคำสั่ง และเมื่อมีคำสั่งแล้ว
ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
ข้อ 15 ข้อมูลข่าวสารใดหากมี ระเบียบ ประกาศ
หรือมติคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารไว้เป็นพิเศษ
ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ หรือมติคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมดังกล่าว
หมวด
4
การบริการข้อมูลข่าวสาร
ข้อ 16 เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว
ให้เจ้าหน้าที่จัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารมอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในวันทำการนั้น
ถ้าไม่อาจดำเนินการได้ ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับ
แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายระยะเวลาออกไปได้
แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันทำการ
การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อ
พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวันเดือนปี ให้ชัดเจน
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ผู้ยื่นคำขอจะระบุในคำขอให้ส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นทำนองเดียวกันก็ได้
เมื่อดำเนินการส่งแล้วให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 17
การเรียกค่าธรรมเนียมในการรับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ค่าใช้จ่ายในการจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร
และค่าส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น ให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด
รายได้จากค่าธรรมเนียม
และรายได้อื่น ๆ ตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ
ประกาศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ไพโรจน์ วายุภาพ
ประธานศาลฎีกา
ประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
5
พฤศจิกายน 2555
ปณตภร/ผู้ตรวจ
9
พฤศจิกายน 2555
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น