ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม
การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ
และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
พ.ศ. 2561
โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยคุณสมบัติ
ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ
และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 5
มาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล
พ.ศ. 2560 คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.)
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม
การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้
เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
พ.ศ. 2561”
ข้อ 3
ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมรักษาการตามระเบียบนี้
หมวด 1
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ข้อ 4
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มิใช่บุคคลตามข้อ 5 ต้องมีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
(1)
เป็นผู้ที่รู้จักผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นอย่างดีและผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ความเคารพเชื่อฟัง
หรือเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่อยู่อาศัยให้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
และ
(2) เป็นผู้สมัครใจ
มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
ข้อ 5
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1)
เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา หรือผ่านการอบรมการให้คำปรึกษาทางจิตสังคมตามหลักสูตรที่สำนักงานศาลยุติธรรมจัดหรือรับรอง
และ
(2) เป็นผู้สมัครใจ
มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
การให้คำปรึกษาทางจิตสังคม
หมายความรวมถึง
การให้คำปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับคำปรึกษาให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อป้องกันการหลบหนี
การกระทำความผิดหรือก่อเหตุร้าย
ข้อ 6
บุคคลต่อไปนี้ต้องห้ามเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
(1)
เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด
(2) ผู้ประกัน
บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
(3)
บุคคลที่ประกอบอาชีพหรือหารายได้จากงานที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์หรืออาจมีผลประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
ข้อ 7
ศาลมีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ในกรณีที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน หรือมีประกันแต่ไม่มีหลักประกัน
และผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีลักษณะต่อไปนี้
(1)
ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีญาติหรือเพื่อนสนิทหรือบุคคลใกล้ชิดอื่นใดที่อาจช่วยดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว
หรือ
(2) ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตลอดจนญาติ เพื่อนสนิท
หรือบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีช่องทางสื่อสารเพื่อให้เจ้าพนักงานศาลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวติดต่อได้ภายหลังมีการปล่อยชั่วคราว
หรือ
(3)
ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือต้องเดินทางไปประกอบอาชีพต่างท้องที่อยู่บ่อยครั้ง
และมีเหตุน่าเชื่อว่าเจ้าพนักงานศาลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวอาจประสบความยากลำบากเกินสมควรในการติดต่อหรือกำกับดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือ
(4) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติด
การเจ็บป่วยทางจิตหรือควรได้รับคำปรึกษาทางจิตสังคม
การแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวในกรณีตามวรรคหนึ่ง
(1) (2) และ (3) ไปพร้อมกับการสั่งให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
108 วรรคสาม พึงทำได้ต่อเมื่อมีเหตุน่าเชื่ออย่างยิ่งว่า
ลำพังการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
หรือการสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นไม่เพียงพอในการกำกับดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล
ข้อ 8
ศาลอาจสั่งให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ต่อไปนี้
เพียงอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้
(1) หน้าที่ในการสอดส่องดูแล
(2) หน้าที่รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
(3) หน้าที่ให้คำปรึกษา
ข้อ 9 ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการสอดส่องดูแลต้องคอยกำชับหรือตักเตือนให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด
และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่
หากพบพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าเป็นการผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการรับรายงานตัวต้องเป็นผู้รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล
หากผู้ถูกปล่อยชั่วคราวไม่มารายงานตัว ต้องรายงานศาลโดยเร็ว
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาต้องให้คำปรึกษาเป็นรายครั้ง
หากพบว่าการให้คำปรึกษาครั้งใดไม่มีความก้าวหน้า
หรือผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีแนวโน้มที่จะหลบหนี กระทำความผิดหรือก่อเหตุร้าย
ต้องรายงานศาลโดยเร็ว
ข้อ 10
ในกรณีที่ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและมีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ให้ศาลชั้นต้นกำหนดตัวผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวแล้วดำเนินการต่อไป
หมวด 2
ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ข้อ 11
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ปฏิบัติหน้าที่จนเสร็จสิ้น หรือที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณีแม้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหลบหนีหรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น
มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้
ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษา
ให้มีสิทธิรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษาเป็นรายครั้ง
ข้อ 12
การกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1)
ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า
2,000 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท
(2)
ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล
ไม่ว่าจะมีหน้าที่รับรายงานตัวด้วยหรือไม่ ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท
(3) ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา
ให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้งที่ให้คำปรึกษาครั้งละ 2,000
บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท
การกำหนดค่าตอบแทนตามวรรคหนึ่ง (1)
และ (2) ให้คำนึงถึงลักษณะและความยากง่ายของภารกิจ
ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบด้วย
ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
เกินกว่าหนึ่งหน้าที่ ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าเพียงอัตราเดียว
ข้อ 13
ในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งก่อให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีค่าใช้จ่าย
ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องขออนุญาตดำเนินการดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อยในโอกาสแรกที่กระทำได้
หากศาลมีคำสั่งอนุญาต
ให้กำหนดค่าใช้จ่ายที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวขอรับได้ตามที่จำเป็นและสมควร
ข้อ 14
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีสิทธิขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามข้อ 12
และข้อ 13 เมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้น
หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากศาลยกเลิกคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ในการขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย
ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่หรือวันที่รับแจ้งจากศาล
และให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติในการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย
หมวด 3
ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้
ข้อ 15 ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
หากเป็นผู้ยากไร้และไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาลหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด
มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้
ข้อ 16 ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะให้แก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ดังนี้
(1)
ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาล หรือในเขตจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว
ให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 300 บาท
(2) ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่พักอาศัยนอกเขตอำนาจศาล
หรือคนละจังหวัดกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว
ให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท
ในการกำหนดค่าพาหนะ
หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง
ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่งก็ได้
ข้อ 17
ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีสิทธิขอรับค่าพาหนะทันทีที่ต้องเดินทางไปศาลหรือไปสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว
โดยให้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อยหรือศาลที่เดินทางไปถึง
แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาสามสิบวันนับแต่การปล่อยชั่วคราวสิ้นสุด
หมวด 4
เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับ
ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
ข้อ 18
ให้ผู้แจ้งความนำจับและเจ้าหน้าที่ผู้จับมีสิทธิรับเงินสินบนและเงินรางวัล
แล้วแต่กรณี เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนีและได้ส่งตัวต่อศาลแล้ว
ข้อ 19 ในการขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามข้อ 18
ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล
โดยผู้ร้องต้องแสดงพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว
และหากศาลพิจารณาเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้
ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้
ข้อ 20
ให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท
ข้อ 21
ให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละห้าสิบของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนดหรือตามบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย
แล้วแต่กรณี แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลมิได้กำหนดวงเงินประกันตัวไว้
และบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยมิได้กำหนดวงเงินประกันตัวสำหรับข้อหาของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีไว้
ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท
ข้อ 22
ในการกำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามข้อ 20 และข้อ 21 ให้กำหนดตามที่เห็นสมควร
โดยคำนึงถึงความยากง่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเป็นสำคัญ
ข้อ 23
ในกรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับหลายราย
ให้สั่งแบ่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับเท่ากันทุกราย
ข้อ 24 ผู้ขอรับหรือได้รับเงินสินบน
เงินรางวัลหรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันตามกฎหมายอื่นแล้วไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามระเบียบนี้
เว้นแต่ศาลเห็นว่าการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีความยากเป็นพิเศษ
และสมควรให้เงินสินบนหรือเงินรางวัลเพิ่มเติมจากเงินในลักษณะเดียวกันที่ได้รับตามกฎหมายอื่น
หมวด 5
วิธีการเบิกจ่ายค่าตอบแทน
ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ เงินสินบน และเงินรางวัล
ข้อ 25 วิธีการเบิกจ่าย
หลักฐานและเอกสารการเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ
เงินสินบน และเงินรางวัล
ให้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการเงิน
ประกาศ
ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561
ชีพ จุลมนต์
ประธานศาลฎีกา
ประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
พิมพ์มาดา/จัดทำ
16
มีนาคม 2561
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น