ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ระเบียบ กบศ.ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวฯ 2561


ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
พ.ศ. 2561
            

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี พ.ศ. 2561

ข้อ 2[1][1]  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3  ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมรักษาการตามระเบียบนี้ 

หมวด 1
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว

ข้อ 4  ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มิใช่บุคคลตามข้อ 5 ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้ที่รู้จักผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นอย่างดีและผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ความเคารพเชื่อฟัง หรือเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่อยู่อาศัยให้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และ
(2) เป็นผู้สมัครใจ มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย

ข้อ 5  ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา หรือผ่านการอบรมการให้คำปรึกษาทางจิตสังคมตามหลักสูตรที่สำนักงานศาลยุติธรรมจัดหรือรับรอง และ
(2) เป็นผู้สมัครใจ มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
การให้คำปรึกษาทางจิตสังคม หมายความรวมถึง การให้คำปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับคำปรึกษาให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อป้องกันการหลบหนี การกระทำความผิดหรือก่อเหตุร้าย

ข้อ 6  บุคคลต่อไปนี้ต้องห้ามเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
(1) เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด
(2) ผู้ประกัน บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
(3) บุคคลที่ประกอบอาชีพหรือหารายได้จากงานที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์หรืออาจมีผลประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย

ข้อ 7  ศาลมีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ในกรณีที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน หรือมีประกันแต่ไม่มีหลักประกัน และผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีลักษณะต่อไปนี้
(1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีญาติหรือเพื่อนสนิทหรือบุคคลใกล้ชิดอื่นใดที่อาจช่วยดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว หรือ
(2) ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตลอดจนญาติ เพื่อนสนิท หรือบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีช่องทางสื่อสารเพื่อให้เจ้าพนักงานศาลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวติดต่อได้ภายหลังมีการปล่อยชั่วคราว หรือ
(3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือต้องเดินทางไปประกอบอาชีพต่างท้องที่อยู่บ่อยครั้ง และมีเหตุน่าเชื่อว่าเจ้าพนักงานศาลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวอาจประสบความยากลำบากเกินสมควรในการติดต่อหรือกำกับดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือ
(4) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติด การเจ็บป่วยทางจิตหรือควรได้รับคำปรึกษาทางจิตสังคม
การแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวในกรณีตามวรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) ไปพร้อมกับการสั่งให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคสาม พึงทำได้ต่อเมื่อมีเหตุน่าเชื่ออย่างยิ่งว่า ลำพังการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว หรือการสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นไม่เพียงพอในการกำกับดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล

ข้อ 8  ศาลอาจสั่งให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ต่อไปนี้ เพียงอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้
(1) หน้าที่ในการสอดส่องดูแล
(2) หน้าที่รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
(3) หน้าที่ให้คำปรึกษา

ข้อ 9  ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการสอดส่องดูแลต้องคอยกำชับหรือตักเตือนให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าเป็นการผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการรับรายงานตัวต้องเป็นผู้รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล หากผู้ถูกปล่อยชั่วคราวไม่มารายงานตัว ต้องรายงานศาลโดยเร็ว
ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาต้องให้คำปรึกษาเป็นรายครั้ง หากพบว่าการให้คำปรึกษาครั้งใดไม่มีความก้าวหน้า หรือผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีแนวโน้มที่จะหลบหนี กระทำความผิดหรือก่อเหตุร้าย ต้องรายงานศาลโดยเร็ว

ข้อ 10  ในกรณีที่ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและมีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นกำหนดตัวผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวแล้วดำเนินการต่อไป

หมวด 2
ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว
            

ข้อ 11  ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ปฏิบัติหน้าที่จนเสร็จสิ้น หรือที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณีแม้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหลบหนีหรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้
ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้มีสิทธิรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษาเป็นรายครั้ง

ข้อ 12  การกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท
(2) ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ไม่ว่าจะมีหน้าที่รับรายงานตัวด้วยหรือไม่ ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท
(3) ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้งที่ให้คำปรึกษาครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท
การกำหนดค่าตอบแทนตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) ให้คำนึงถึงลักษณะและความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบด้วย
ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เกินกว่าหนึ่งหน้าที่ ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าเพียงอัตราเดียว

ข้อ 13  ในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งก่อให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีค่าใช้จ่าย ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องขออนุญาตดำเนินการดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อยในโอกาสแรกที่กระทำได้ หากศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้กำหนดค่าใช้จ่ายที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวขอรับได้ตามที่จำเป็นและสมควร

ข้อ 14  ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีสิทธิขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามข้อ 12 และข้อ 13 เมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้น หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากศาลยกเลิกคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ในการขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่หรือวันที่รับแจ้งจากศาล และให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติในการจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย

หมวด 3
ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้
            

ข้อ 15  ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล หากเป็นผู้ยากไร้และไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาลหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้

ข้อ 16  ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะให้แก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ดังนี้
(1) ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาล หรือในเขตจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว ให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 300 บาท
(2) ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่พักอาศัยนอกเขตอำนาจศาล หรือคนละจังหวัดกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว ให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท
ในการกำหนดค่าพาหนะ หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่งก็ได้

ข้อ 17  ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีสิทธิขอรับค่าพาหนะทันทีที่ต้องเดินทางไปศาลหรือไปสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว โดยให้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อยหรือศาลที่เดินทางไปถึง แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาสามสิบวันนับแต่การปล่อยชั่วคราวสิ้นสุด

หมวด 4
เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับ
ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี
            

ข้อ 18  ให้ผู้แจ้งความนำจับและเจ้าหน้าที่ผู้จับมีสิทธิรับเงินสินบนและเงินรางวัล แล้วแต่กรณี เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนีและได้ส่งตัวต่อศาลแล้ว

ข้อ 19  ในการขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามข้อ 18 ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว และหากศาลพิจารณาเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้

ข้อ 20  ให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท

ข้อ 21  ให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละห้าสิบของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนดหรือตามบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย แล้วแต่กรณี แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลมิได้กำหนดวงเงินประกันตัวไว้ และบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยมิได้กำหนดวงเงินประกันตัวสำหรับข้อหาของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีไว้ ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท

ข้อ 22  ในการกำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามข้อ 20 และข้อ 21 ให้กำหนดตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความยากง่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเป็นสำคัญ

ข้อ 23  ในกรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับหลายราย ให้สั่งแบ่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับเท่ากันทุกราย

ข้อ 24  ผู้ขอรับหรือได้รับเงินสินบน เงินรางวัลหรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันตามกฎหมายอื่นแล้วไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามระเบียบนี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีความยากเป็นพิเศษ และสมควรให้เงินสินบนหรือเงินรางวัลเพิ่มเติมจากเงินในลักษณะเดียวกันที่ได้รับตามกฎหมายอื่น

หมวด 5
วิธีการเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ เงินสินบน และเงินรางวัล
            

ข้อ 25  วิธีการเบิกจ่าย หลักฐานและเอกสารการเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ เงินสินบน และเงินรางวัล ให้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการเงิน


ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561
ชีพ  จุลมนต์
ประธานศาลฎีกา
ประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม








พิมพ์มาดา/จัดทำ
16 มีนาคม 2561
 


[2][1] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135/ตอนที่ 7 ก/หน้า 1/13 กุมภาพันธ์ 2561


[1][๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๗ ก/หน้า ๑/๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวมระเบียบ กบศ.

ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการลาหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการและลูกจ้างของสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ.๒๕๕๖ ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.๒๕๔๕ ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยค่าตอบแทนในการส่งคำคู่ความหรือเอกสารในคดีผู้บริโภค พ.ศ.2557 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการมอบอำนาจของประธานศาลฎีกา พ.ศ.2551 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการมอบอำนาจของเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ.2545 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2550 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการให้บริการแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2552 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 พ.ศ.2548 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 วรรคสอง พ.ศ.2550 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยงานธุรการเกี่ยวกับสำนวนความและเอกสาร พ.ศ.2557 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีอาญา พ.ศ.2560 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อการบังคับคดีผู้ประกัน พ.ศ.2559 ระเบียบ กบศ.ว่าด้วย...

รวมประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม

ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง การกำหนดอักษรย่อของสำนวนความในศาล